ทริปฮ่องกง 4 วัน 3 คืน ฉบับมนุษย์เงินเดือน โรงแรม+ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ งบไม่เกิน 10,000 บาท

ตั้งแต่เรียนจบ ทำงานมาปีกว่าๆ ยังไม่ได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยค่ะ ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในรอบหลายปี มดกับเพื่อนเลยมาคิดกันว่า เอ…. นี่เราทำงานมาครบปีแล้ว อยากจะใช้พักร้อนแล้ววว เลยตัดสินใจหาที่เที่ยวค่ะ ตอนนั้นสไลด์หน้าฟีด facebook อยู่ดีๆ เจอโปรเที่ยวฮ่องกง !!! (ราคาที่ซื้อไม่ใช้โปรมากมายนะคะ) โทรหาถามกันไปมา เอามั้ย จองละนะ สรุปจองเลย 555555 เราจองไปวันที่ 31 พฤษภาคม กลับ 3 มิถุนายน 2561 ไฟลท์ขาไปเวลาไม่ค่อยดีเท่าไหร่เราจึงเลือกเป็น 4 วัน 3 คืน เผื่อเที่ยวไม่หมด (มาทั้งทีต้องเก็บทุกที่ที่ว่าดีค่ะ) แต่ถึงจะเพิ่มมา 1 คืน จากที่ตั้งใจ 3 วัน 2 คืน ก็ไม่ได้เพิ่มเงินมากมายค่ะเพิ่มแค่ 500 บาท ก็จัดเลยสิคะ 5555

>> ที่พักฮ่องกง ราคาพิเศษ! <<

เกริ่นมามากแล้วเดี๋ยวบอกรายละเอียดก่อนเลยละกันค่ะ… เราสองคนจองกับสายการบิน Emirates Airline ทั้งขาไป-ขากลับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. เที่ยวบินขาไป EK384 บินจากกรุงเทพ 14:00 น. ถึง ฮ่องกง 18:05 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เที่ยวบินขากลับ EK385 บินจากฮ่องกง 21:50 น. ถึง กรุงเทพ 23:45 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)

Day 1
วันแรกเริ่มออกเดินทาง มาถึงสุวรรณภูมิ Check-in เรียบร้อยเสร็จประมาณ 12:30 แต่ !! พนักงานที่เค้าเตอร์แจ้งว่าเครื่องมารอแล้วขึ้นเครื่อง 13:10 เลยนะคะ ตอนนั้นเดินเร็วแบบตาเหลือกมากก คือไหนว่าบินบ่ายสอง เดินๆ เข้าไปถึง King Power ก็เกือบๆ บ่ายโมง กะจะเดินซื้อของแต่ตอนนั้นคือไม่มีอารมณ์ซื้อละคือรีบ เลยเดินไปเกท แต่…!!! น้ำตาจะไหล ที่รีบเดินตาเหลือกมาคือเครื่องออกเวลาเดิม เอ้าาาาาา นั่งหง่อยในเกทไปค่าา คุณขา

มาบนเครื่องละถ่ายรูปซะหน่อย แชะ !! เครื่องที่นั่งเป็นเครื่อง A380 จำนวนที่นั่ง 800 ที่นั่ง คนเต็มเครื่องมากก แต่ดีหน่อยค่ะเหมือนถ้าจองพร้อมกันสองคนระบบจะชอบจัดให้นั่งด้วยกันสองคนติดหน้าต่าง อีกที่ว่างไว้ สบายยยยหมูมาก… 55555

ทุกที่นั่งจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ไว้ให้ความบรรเทิงขณะบิน มีทั้งเกมส์ หนัง และเพลง เลือกดูได้เลยค่ะ เยอะมากกก

เครื่องบอร์ดได้ซักพักลูกเรือก็จะนำเมนูมาแจกค่ะ พร้อมกับใบ Immigration department

อาหารบนเครื่อง Main course มีให้เลือก 2 เมนู ค่ะ ระหว่าง ปลา กับ ไก่

(ซ้าย)เมนูพะแนงไก่ อร่อยค่ะ แต่รสชาติจะเบาๆ รสไม่จัดมาก กินเกลี้ยงเลย เครื่องเคียงรสจืดหน่อย แต่กินได้ค่ะหมดเหมือนกัน 55555 ของหวานรีวิวไม่เก่ง เพราะปกติไม่ค่อยชอบกินบลูเบอร์รี่เท่าไหร่ (ขวา)เพื่อนเลือกเมนูปลา ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร รสชาติคล้ายๆอ่อมปลา กินคู่กับมันฝรั่ง อร่อยดีค่ะ

(ตรงนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ) เมื่อลงจากเครื่อง เราก็ต้องนั่งรถไฟเข้าไปที่ Terminal เพื่อผ่าน ตม. และรับกระเป๋า ตอนถึง ตม. คำถามก็จะประมาณว่า

1. มาคนเดียวหรอ
2. มากี่วัน
3. กลับวันไหน

ถามมาตอบได้หมดมาตกม้าตายข้อ 3. เกิดอะไรขึ้นไม่รู้นึกคำว่าวันที่ 3 ไม่ออก !!! ตม. เริ่มสงสัยละทำไมตอบไม่ได้ เลยถามหาตั๋วกลับ Lucky มากที่เพื่อนปริ้นใบจองตั๋วกับโรงแรมมา เลยเอาให้ดู (ที่ปริ้นมาเป็นภาษาไทยอีก ตม. ขำ) นึกขึ้นได้เลยตอบไปเป็นภาษาจีน พูดจีนได้นิดหน่อย เค้าถามๆ เราก็ตอบโช๊ะๆ ผ่านนนค่าา ก่อนลาจากกัน ตม. ฝากบอกมาว่า (下次,要打印英语 = ครั้งหน้าเอาเป็นภาษาอังกฤษมาาา 5555)

ผ่าน ตม. ออกมาแล้วก็รับกระเป๋าค่ะ เดินออกมาแป้ปนึงจะเจอเค้าเตอร์สำหรับซื้อบัตรปลาหมึก กับ Airport express ทางพนักงานแนะนำให้ซื้อ 2 ใบ

1. บัตร Airport expess แบบกรุ๊ป 2 คน (บัตรสีเหลือง) เที่ยวเดียวไปลงที่เกาลูน ราคา 150 HKD (ตกคนละ 75 HKD) ใช้ขาเข้าเมือง

2. บัตร Airport express 1 ride(บัตรสีน้ำเงิน) ไว้ใช้ขากลับเข้าสนามบิน สามารถ in town check-in สถานีใดก็ได้ (ใช้ได้ขาเดียวนะคะสำหรับ AE) ราคาใบละ 250 HKD สามารถใช้ MTR ได้ฟรีถึง 3 วัน (นับตั้งแต่เริ่มใช้งาน) ยกเว้น สายสีฟ้า(East rail line), สายสีม่วงอ่อน(West rail line), แล้วก็สายสีน้ำตาล (Ma on shan line) ซึ่งเมื่อคืนบัตรแล้วจะได้รับเงินคืน 50 HKD (สามารถเติมเงินได้เหมือนบัตรปลาหมึกเลยค่ะใช้ไม่หมดสามารถคืนได้) ลืมถ่ายรูปอีกแล้วว เสียใจ

พอนั่ง Airport Express มาถึงสถานีเกาลูน เดินออกมาเรื่อยๆ จะเจอป้ายติดที่ลิฟต์ว่า Free Shuttle Bus ขึ้นลิฟต์นั้นไปเลยค่ะ (ไม่แน่ใจว่าจำถูกมั้ย แต่มีคำว่าฟรี ชัวร์ๆค่ะ 5555) ไปถึงเพื่อนๆ ลองเช็คดูนะคะว่าโรงแรมหรือที่พักอยู่ใกล้ที่ไหนบ้าง ขึ้นสายนั้นได้เลย ฟรี นะคะ มีทั้งหมด 5 สาย K1, K2, K3, K4, และ K5 โชคดีที่โรงแรมที่จองไว้สามารถนั่งสาย K5 แล้วไปถึงหน้าโรงแรมเลย

ไปถึงโรงแรมก็เช็คอิน และจ่ายมัดจำ 500 HKD รับคีย์การ์ด และขึ้นห้อง ห้องค่อนข้างสะอาด แต่แคบมากก ขนาดประมาณ 14 ตร.ม. แต่ถือว่าไม่น่าแปลกสำหรับที่ฮ่องกง และเทียบกับราคาถือว่าค่อนข้างดีค่ะ โรงแรมที่เราพักชื่อว่า Dorsett Mong Kok Hotel นะคะ มี Wifi, ที่แปลงปลั๊ก บริการค่ะ แต่ที่แปลงปลั๊กนี่มีอันเดียวนะคะ ถือปลั๊กพ่วงไปก็ดี (มดกับเพื่อนมีปลั๊กพ่วงไปอันนึง ไม่ต้องแย่งกันเลย)

หลังจากเก็บของเสร็จก็ต้องออกไปหาของกินซักหน่อย ที่โรงแรมมีบริการรถ Shuttle bus ไปส่งตามจุดต่างๆ ออกทุกๆ 1 ชม. วันนี้เราสองคนจะออกไปเที่ยว Ladies market ค่ะ ลงรถที่ใกล้ๆ สถานีมงก๊ก แล้วถามทางไปเรื่อยๆ จนเจอ ตลาดนี้จะขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ สำหรับผู้หญิงและแถวๆ นั้นจะมีร้านรองเท้าเยอะมาก Nike, Adidas etc. หลายร้านมาก ราคาถูกกว่าที่ไทยเล็กน้อยค่ะ

มื้อแรกของวัน มาเจอร้านลุง เห็นแล้วอยากกินเลยชี้ๆ เอา ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร มีลูกชิ้นต้มอยู่ในน้ำซุปอะไรซักอย่าง มีแบบเผ็ดกับไม่เผ็ดนะคะ มดเลือกแบบเผ็ดแต่จริงๆ ก็ไม่เผ็ดเท่าไหร่ เผ็ดนิดๆ หน่อยๆ แล้วหนวดหมึก (ซื้อเพิ่ม) อร่อยมากก ชอบสุดๆ รสชาติออกเค็มๆ กลมกล่อมดีค่ะ มีกลิ่นเปลือกส้มนิดหน่อย อร่อยยยยย ราคา 35 HKD ราคาขึ้นอยู่กับการใส่ปลาหมึกด้วยค่ะตอนนั้นหิวจัดเลยเพิ่ม 2 ไม้

กินร้านลุงไม่อิ่ม ก็ต้องหาร้านต่อไป 555555 เดินเลยจากร้านลุงมานิดนึงเจอร้านนี้ ที่สั่งเป็นเหมือนก๋วยเตี๋ยว แต่เส้นใส เส้นจะมีความเหนียวอร่อยเลยล่ะ น้ำซุปอ่อนๆ แต่มีรสชาติกลมกล่อมดีค่ะ เค้าบอกว่าเผ็ด แต่กินจนหมดลิ้นก็ไม่มีความรู้สึกนั้นเลย ราคาประมาณ 35 HKD พิกัดของทั้งสองร้านอยู่ใกล้ๆร้าน H&M นะคะ

===============

Day 2
เช้าวันนี้ เรามีแพลนไป Victoria peak ค่ะ เดินไปทานอาหารเช้า ฝั่งตรงข้ามซักหน่อย มื้อเช้า โจ๊ก Congee กับอะไรไม่แน่ใจ 5555 คือชี้ๆ เอาอ่านไม่ออก (ร้านเก่าแก่จะพูดอังกฤษไม่ค่อยได้นะคะ แต่ฟังจีนกลางได้ พูดได้บ้างไม่ได้บ้าง) รสชาติของโจ๊กจืดๆ หน่อย แต่ถือว่าใช้ได้ค่ะ และที่เป็นสีเหลี่ยมขาวๆ ที่โรยไว้เป็นกุ้ง ส่วนขาวๆนั้นไม่แน่ใจว่าคืออะไร ทานพร้อมกันอร่อยดีนะคะ ราคาจำไม่ได้แต่จำได้ว่าสั่ง Congee 2 กับ สี่เหลี่ยมๆ 1 ราคารวมกันประมาณ 70 HKD

พอทานข้าวเสร็จก็ไปนั่งรถโรงแรม เริ่มที่สถานีมงก๊กนั่ง MTR ไปลงที่สถานี Central จากนั้นเดินออกไปที่ Exit J2 เราเปิด GPS แล้ว GPS บอกให้เดินไปที่ The Peak Tram ซึ่งถ้าเดินไม่ผิดทางจะสามารถเดินลัดเลาะไปได้ เดินไปประมาณ 15 นาที (แต่ แต่ เราเดินผิด จึงไม่ขออธิบายวิธีการเดิน 55555 เดินวนไปวนมา ถามคนนั้นคนนี้ สุดท้ายได้ไปขึ้นรถสาย 15C เพื่อไป The Peak Tram)

เมื่อถึง The Peak Tram เราก็ยื่นบัตรที่ได้จองจากที่ไทยให้พนักงานดู เดินไปต่อแถวรอขึ้นรถรางได้เลยค่ะ ไม่ต้องต่อแถวซื้อบัตร ตอนไปคนที่ต่อแถวขึ้นรถไม่ค่อยเยอะเราก็เลยได้ขึ้นเลย นั่งไม่เบียดกันด้วย สบายยยย (แนะนำซื้อบัตรจากไทยนะคะ เพราะแถวยาวมาก) พอรถรางถึงแล้วจุดจอดแล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปจนถึงชั้นบนสุดเลยค่ะ

…..ท๊า ด๊าาา ถึงแล้วค่ะ วิวที่สวยที่สุดในฮ่องกง วิวสวยมากกก ร้อนแค่ไหนก็ไม่ผิดหวัง ตอนไปถึงนี่เที่ยงพอดีร้อนมากกก อุณหภูมิสูงสุดน่าจะ 34-36 องศาเซลเซียส แนะนำไปตอนเช้า หรือไม่ก็เย็นนะคะ ตอนเที่ยงๆ ต้องหยีตาดูวิว (เราตื่นสายยเอง โทษใครไม่ได้ จริงๆ แพลนไว้จะไปถึง 10 โมงเช้า)

หลังจากลงจาก The Peak ก็กลับไปโรงแรมค่ะ รู้สึกเป็นไข้แดด เลยกลับไปนอน ห้าโมงเย็นค่อยออกมาไปที่ ซิมซาจุ่ย โดยการนั่งรถโรงแรมออกมาแล้วไปลงป้ายใกล้ๆ ซิมซาจุ่ย แล้วเดินต่อนิดหน่อยก็ถึงค่ะ ย่านนี้จะเป็นแหล่งช๊อปปิ้งเลยนะคะ ร้านเครื่องสำอาง แบรนด์เนม หรือห้าง ต่างรวมกันอยู่ตรงนี้ เดินช๊อปไปค่ะ ร้าน Sasa อยู่ทุกที่จริงๆ แหล่วงรวมเครื่องสำอาง และน้ำหอม ลองแวะเข้าไปดู CK ถูกมากกกก ย่านนี้ก็ไม่ได้ถ่ายรูปอีก เดินอย่างว่องง เข้าร้านนู้น ออกร้านนี้ แฮปปปปี้

พอทุ่มครึ่งเราก็เปิด GPS หาทางไปดู Symphony of light ซึ่งเราอยู่ใกล้กับป้ายรถบัส เลยนั่งรถบัสไปลงที่ East Tsim Sha Tsui เดินข้ามไปเลยค่าาา อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วว คนเยอะพอสมควรค่ะกำลังนั่งรอดู ถึงสองทุ่มการแสดงก็เริ่มต้นขึ้นค่ะ จะบอกว่าปรับกล้องผิดสว่างมากกก ถ่ายมาแค่รูปเดียวด้วย ฮือออ อย่าเพิ่งด่านะคะ

ช่วงที่แสดงเงียบมากๆ ไม่มีเสียงเพลง เลยยย มีแต่เสียงลม กับเสียงคนคุยกัน แต่ก็ดูจนจบ

ดูเสร็จก็กลับมาที่มงก๊กหาอะไรทาน (ที่เดิมอีกแล้ว) เดินผ่านร้านลุงอีก ก็แวะอีกแต่วันนี้ป้าขาย อร่อยเหมือนเดิม อิอิ ชอบร้านลุงมาก มาฮ่องกงจะกลับมากินอีก 55555 (ไม่ลงรูปร้านลุงละเนอะ 5555 เดี๋ยวซ้ำบ่อย กินทุกวันจริงๆ) พอไม่อิ่มก็ต้องหาอะไรกินอีก แวะมาเจอร้านอาม่า ร้านนี้เจ้าของเหมือนเป็นพี่น้อง หรือเพื่อกัน ทุกคนอายุไล่เลี่ยกัน อาม่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ค่ะ เลยพูดเป็นภาษาจีนอาม่าฟังรู้เรื่องแต่จะตอบเราเป็นสำเนียงฮ่องกง แต่เราฟังไม่รู้เรื่อง 555555 เลือกเมนูนี้เพระาเห็นถูกดี ราคา 35 HKD พร้อมข้าว อาหารจะเป็นเหมือนแกง เลือกเนื้อได้ 3 อย่าง ผัก 1 อย่าง แต่เข้าใจผิดคิดว่า Bai cai แปลว่าผักกาดขาว ที่ไหนได้คือกวางตุ้ง (มั้ง ถ้าผิดแย้งได้นะคะ รู้จักผักแค่ไม่กี่ชนิดเอง) รสชาติบอกไม่ถูก ถือว่าในเกณฑ์ที่ดีนะคะ ไม่จืดไป กลางๆ ได้เยอะอีกต่างหาก แต่พอดีไม่ชอบกลิ่นผักเท่าไหร่เลยกินไม่หมด ไปสองคนสั่งชุดเดียวก็อิ่มนะคะ แล้วสั่งข้าวเพิ่ม ตอนนั้นถามอาม่าว่าสั่ง 1 กิน 2 อิ่มมั้ย อาม่าบอกสองคนก็ต้องสั่งสองสิ (มโนแปลเอา ดูจากท่าทาง) สรุปชามใหญ่กินไม่หมดทั้งสองคน

===============

Day 3
วันนี้แพลนไป Ngong Ping 360 และ Disneyland อาหารเช้าวันนี้เหมือนเดิมค่ะฝั่งตรงข้ามโรงแรมวันนี้กินติ่มซำ อร่อยดีนะคะ ไม่รู้ว่ามีที่อื่นอร่อยกว่ามั้ย แต่ร้านนี้ถูกปากมากตั้งแต่กินมาร้านนี้นุ่มอร่อย รสชาติดีมาก คนเต็มร้านแต่เช้าเลยค่ะ ราคาไม่แพงด้วย เข่งละ 20 HKD เข่งนึงมี 4 ชิ้น

อันนี้จะเป็นขาไก่ รสชาติจะหวานๆหน่อย อร่อยดีค่ะ

สองเข่งนี้ก็อร่อย ขาวๆ นั่นข้างในเป็นกุ้งกรุบๆ ส่วนสีเหลืองน่าจะเป็นหมูค่ะ พูดแล้วอยากกินอีก

ทานเสร็จแล้วก็ไปต่อกันเลยค่ะออกเดินทางนั่งรถไฟสายสีแดง Tsuen Wan Line ลงที่ Lai king จากนั้นต่อสายสีส้มแล้วลงที่ Tung Chung ออก Exit B จะมีป้ายบอกทางเพื่อไปขึ้นกระเช้าค่ะไม่ไกลกันมาก วันนี้คิวไม่ยาวมากค่ะ และอีกอย่างเราซื้อตั๋วจากไทยมาแล้ววว แต่ที่ได้จากไทยเป็น Voucher นะคะ ต้องไปแลกเป็นบัตรจริงก่อน เสร็จแล้วเดินไปรอคิวขึ้นกระเช้าได้เลย มดซื้อไปเป็นแบบพื้นใสไป-กลับ ค่ะ คนเยอะได้นั่ง 8 คน จะมีความเกร็งหน่อยๆ ในการแชะภาพ

ถึงแล้วพระใหญ่ เดินขึ้นไปสักการะข้างบนกัน สูงมาก ต้องพักเป็นระยะๆ อากาศร้อนและแดดค่อนข้างแรงมากค่ะ

จะเห็นลานกลมๆ ตรงนั้นจะเป็นจุดที่สักการะและอธิษฐานนะคะ เวลาอธิษฐานต้องพูดออกมา แล้วเสียงจะกล้อง สิ่งที่เราขอก็จะสะท้อนกลับมาที่เราค่ะ หลังจากไหว้เสร็จเรียบร้อยเราก็เดินไปที่วัด Po Lin Monastery จุดธูปเพื่อสักการะ ธูปชุดละ 20 HKD ตรงนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะจุดธูปไหว้อย่างเดียวเลย พอไหว้เสร็จก็เดินเข้าไปดูภายในวัดค่ะ (ห้ามถ่ายภาพ)

ถึงเวลาต้องนั่งกระเช้ากลับเพื่อไปดิสนีย์แลนด์กันค่าาา การไป Disneyland ขึ้น MTR จากสถานี Tung Chung ไปลงที่สถานี Sunny Bay แล้วเปลี่ยนเป็นสายสีชมพูเพื่อไปที่ Disneyland Resort รถไฟหน้าต่างเป็นหูน้องมิกกี้เม้าส์

ถึงแล้ววววว Hong Kong Disneyland ไปตะลุยกันค่าา (รูปที่นี่ไม่เยอะนะคะ เพราะต่อแถวเล่นอย่างเดียว คือเสียเวลาต่อแถวไปเยอะมาก แต่เหมือนเห็นเค้าสแกนบัตรกันน่าจะเพื่อจองคิวเล่นไว้ก่อนได้ พอถึงเวลาก็มา ไม่แน่ใจนะคะว่าเฉพาะสมาชิกรึเปล่า อาจต้องลองเช็คก่อน) อากาศร้อนมากแนะนำให้ซื้อน้ำเข้าไปนะคะ เพราะน้ำข้างในค่อนข้างแพง ตั้ง 28 HKD สำหรับใครที่อยากไปถ่ายรูปแล้วอยากมีพรอพน่ารักๆ ถ่าย ด้านในก็มีสินค้าขายค่ะ หูมิกกี้เมาส์ เครื่องทำฟองสบู่ ลูกโป่ง แต่ราคาอาจแรงไปนิดนึงนะคะ อย่างลูกโป่งนี่ราคา 140-160 HKD ส่วนหูน้องนี่ราคา 2xx HKD (ถ้าจำไม่ผิด) การแสดงโชว์จะมีเป็นรอบๆ อย่าลืมหยิบเอา Time guide กับ Map มาด้วยนะคะ (จะมีบริการให้หยิบฟรีตามจุด)

ถึงเวลาต้องกลับ เก็บภาพนิดนึง โช๊ะ !!

พอถึงเวลากลับก็นั่ง MTR ย้อนกลับไปลง Mong Kok ตามเดิม แล้วก็หาอะไรกินแถวนั้น หาไรทานเล่นก่อนเดินไปร้านลุงอีกเหมือนเดิม 55555 สำหรับอาหารเย็นวันนี้ไปทานร้านเดิมที่วันแรกไป เพราะตอนนั้นรสชาติอร่อยถูกปากดีค่ะ วันนี้เลยลองเปลี่ยนเมนูดู อันนี้ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไรนะคะ เหมือนเป็นก๋วยเตี๋ยว แต่รสชาติออกเปรี้ยวๆ น้ำซุปเหนียวๆหนืดๆ ไม่ชอบ 55555 ไม่ถูกปากที่สุดตั้งแต่ทานอาหารที่ฮ่องกงมา สุดท้ายเหลือค่าาา

ของเพื่อนรสชาติดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังคงความเปรี้ยว กินจนหมดได้ไม่มีปัญหา

ส่วนอันนี้ไก่เค้าจะทำให้เย็นๆ เหมือนออกจากตู้เย็นเลยค่ะ แต่กลิ่นเหมือนเหล้าน่าจะมีเหล้ามั้งนะคะ ปกติเป็นคนไม่ชอบกลิ่นเหล้าเท่าไหร่เลยไม่ถูกปาก แต่ก็กินจนหมดเสียดายดังอ่ะ

อาหารทั้งสามอย่างนี้ รวมแล้วประมาณ 95 HKD

===============

Day 4
วันสุดท้ายแล้ว ใจหาย ยังอยากเที่ยวต่อ วันนี้ไปไหว้พระค่ะ เริ่มต้นไปที่ Airport Express ก่อนเพื่อทำ in town check-in โดยนั่งรถสาย K5 หน้าโรงแรม พอ Check in เสร็จก็ไปต่อค่ะ นั่ง MTR สายสีส้มไปลงที่สถานี Lai King แล้วเปลี่ยนเป็นสายสีแดงแล้วลงที่สถานี Prince Edward เปลี่ยนเป็นสายสีเขียวไปลงที่สถานี Wong Tai Sin ออกทาง Exit B วัดหวังต้าเซียนคนไทยรู้จักกันดีค่ะ เรื่องการผูกด้ายแดงอธิษฐานในเรื่องความรัก และวันนี้เพื่อนสาวเราก็มาเพื่อการนี้ เสร็จแล้วก็สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด เสี่ยงเซียมซี เสี่ยงเซียมซีเสร็จจดเบอร์เพื่อไปรับคำทำนาย ใบละ 3 HKD ค่ะ มดกับเพื่อเอามาแล้วแปลไม่ออก แม้จะให้คนจีนแปลให้เค้าก็บอกต้องแปลอีกทีไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ถ้าอยากรู้คำทำนายเลยอีกวิธีคือให้ซินแสที่พูดภาษาอังกฤษได้แปลคำทำนายจากเซียมซีที่เราเสี่ยงได้ให้ค่าคำทำนาย 25-30 HKD ถามได้ 1 คำถามนะคะ มดกับเพื่อนได้แต่ถ่ายรูปมาถึงตอนนี้ยังไม่รู้เรื่องเลย 555555 (วันนี้มาถึงวัดเจอพี่คนไทยที่มาฮ่องกงบ่อย พี่เค้าเลยพาไปทัวร์อีกวัดเลยค่ะ 55555 ใจดีมากก)

ร้านขายเครื่องรางใกล้ๆ วัดค่ะ ถ่ายแต่ร้านขายเครื่องรางไม่ถ่ายวัดซะงั้น ไปหมดละสมงสมอง วิธีการทำมือนะคะเพื่อไหว้ขอพร ที่วัดจะมีวิธีบอกอย่างละเอียดด้านหน้า ถ้าตอนไปนึกไม่ออกลองทำตามได้ค่ะง่ายมากๆ

วิธีขอพร กับ เทพเจ้าหยุคโหลว

-สำหรับผู้หญิง ไหว้ที่องค์เทพ 3 ครั้ง แล้วเดินไปทางรูปปั้นเจ้าสาว แล้วอธิษฐานขอคู่ตรงนั้น เสร็จแล้วไหว้ 3 ครั้ง แล้วจึงเดินไปที่รูปปั้นเจ้าบ่าว ใช้มือที่ถือด้ายแดงลูบที่เท้าเจ้าบ่าว 3 ครั้ง ระหว่างที่ทำห้ามคลายมือ และห้ามทำเชือกหลุดนะคะ หลังจากนั้นก็ผูกด้ายแดงไว้ที่เชือกได้เลยเป็นอันเสร็จขั้นตอนค่ะ

-สำหรับผู้ชาย ไหว้ที่องค์เทพ 3 ครั้ง แล้วเดินไปทางรูปปั้นเจ้าบ่าว แล้วอธิษฐานขอคู่ตรงนั้น เสร็จแล้วไหว้ 3 ครั้ง แล้วจึงเดินไปที่รูปปั้นเจ้าสาว ใช้มือที่ถือด้ายแดงลูบที่เท้าเจ้าสาว 3 ครั้ง ระหว่างที่ทำห้ามคลายมือ และห้ามทำเชือกหลุดนะคะ หลังจากนั้นก็ผูกด้ายแดงไว้ที่เชือกได้เลยเป็นอันเสร็จขั้นตอนค่ะ (Credit : Horoscope)

ไปต่อที่วัดกังหันกันนะคะ จากวัดหวังต้าเซียนนั่งย้อนกลับมาเพื่อไปลงที่สถานี Kowloon Tong เปลี่ยนเป็นสายสีฟ้า ลงที่สถานี Tai Wai ออก Exit B พอก่อนออกนอกอาคาร จะเป็นที่จอดรถเมล์ ให้เดินไปทางซ้าย เมื่อออกนอกอาคารแล้ววัดจะอยู่ฝั่งตรงข้ามค่ะ เดินตรงไปเรื่อยๆ ก่อน จนเจอทางข้ามถนนใต้ดินแล้วข้ามโล้ดดด

รูปไม่ค่อยมีสำหรับวันนี้เนื่องจากของเยอะมากค่ะ (แม่นางเพื่อนนางซื้อขนมจากไทยไป กินไม่หมดนางก็ถือมาด้วยจ้าาา ลำบากแท้ 55555) มาที่เรื่องที่วัดต่อค่ะ คนขายของที่วัดพูดไทยปร๋อเลย ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเอ๊ะจะเข้าใจมั้ย จะมีคนแนะนำรึเปล่า ถามแม่ค้าตอบได้หมดค่ะ ตอนไหว้มดซื้อธูปชุดกลางราคา 58 HKD มีธูปดอกใหญ่ไหว้ฟ้าดิน และธูปดอกเล็กจะไหว้ตามจุด มีกระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล เขียนเสร็จก็นำไปวางไว้ที่จุดนะคะตอนเย็นทางวัดจะเผาให้ วิธีแนะนำตามรูปจ้าา ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นะคะ แบบรีบกดรีบเดินไม่รู้จะรีบไปไหน 55555

รูปถ่ายมามีแต่เครื่องราง วัดก็ไม่ได้ถ่ายอย่าถือสานะคะ นี่ยังงงตัวเอง ทำไม ! ไม่ถ่าย สำหรับทริปไหว้พระที่วัดทั้งวัดหวังต้าเซียนและวัดแชกงหมิวต้องขอบคุณคุณบอลมากๆ ค่ะ เจอคุณบอลที่วัดหวังต้าเซียน แล้วใจดีพาเรามาที่วัดแชกงอีก จนเราไหว้เสร็จค่อยแยกย้ายกัน (แลกเงินไปไม่พอขอพี่เค้าแลกเงินอีก 555555)

พอเสร็จแล้วก็นั่งรถไฟสายสีฟ้าไปลงที่สถานี Hung Hom ค่ะ เพื่อไปไหว้พระที่วัด Kwun Yum Temple เป็นวัดเก่าแก่ของย่านนี้เลยค่ะ ออกจากสถานีด้วยทางออก Exit B1 เดินตามทางมาเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางจนสุดทาง sky walk แล้วเดินลงบันได เดินตรงไปเลี้ยวขวาเข้าถนน Gillies Avenue South แล้วเดินต่อค่ะ เดินประมาณ 3-4 แยก ถึงถนน Station Lane แล้วเลี้ยวขวา เดินเข้ามาในซอยก็จะเห็นร้านขายเครื่องลาง เจ้าหน้าที่ที่นี่พูดไทยได้นะคะ แถมมีวิธีไหว้เป็นภาษาไทยด้วย ซื้อธูปและเทียนชุดเล็กราคา 10 HKD มีธูปวงด้วยนะคะ แต่ตอนไปหมดแล้ว รูปที่วัดไม่ได้ถ่ายอีกเช่นกันค่ะ ตั้งใจไหว้ จนไม่ได้รูปมาฝากขอโทษนะคะ

(ก่อนถึงวัดแวะข้างทางเพื่อทานข้าว) ไก่อร่อยมากค่ะต้องลอง ><“ ผัดมาม่าก็ดี แต่รู้สึกว่าจะเป็นเนื้อวัวนะคะ เจ้าของร้านแต่ใจดีมากๆค่ะ คืออ่านไม่ออกแต่พอพูดได้เราก็พูดไป เค้าก็ชี้ๆให้ น่ารักมากๆ

พอไหว้เสร็จเดินกลับทางเดิมค่ะ ผ่านป้ายรถเมล์แล้วเห็นป้ายรถเมล์สายนึงเขียนว่าไป Tsim Sha Tsui ขึ้นสิคะ รออะไร 555555 ไปถึง Tsim Sha Tsui เพื่อนเกิดสมองขาดน้ำตาล อยากกินป๊อปคอร์น เลยต้องนั่ง MTR ไปลง Central เพื่อไปซื้อ บ้าบอมาก จำผิดจ้าาา ไม่รู้อยู่สถานีไหนเลยอด ตอนนั้นบ่ายแก่ๆ ละค่ะ เลยตัดสินใจไปสนามบินกันดีกว่า ที่สถานี Central มี Airport Express เราเลยนั่งมาลงที่สนามบินเลย เราทำ in town check-in มาแล้ว ไม่ต้องไปเช็คอินที่เค้าเอตร์ เดินไปที่ ตม. ตัวปลิวเลยค่ะ ผ่านมาได้ปุ๊บก็เดินเล่น จนเกือบสามทุ่ม แล้วค่อยนั่งรถไฟจาก Terminal ไปที่เกท รอวนๆ ไปค่าา

สภาพหลังจากเดินมาทั้งวัน ของที่เข็นอยู่ไม่ได้ซื้อในสนามบินนะคะ ซื้อจากข้างนอก ของพวกนี้คือที่หิ้วๆ กันมาทั้งวันสาเหตที่ทำให้ไม่ได้ถ่ายรูป 555555 ขากลับแล้วเลยเอาอาหารบนเครื่องมาให้ดู รอบนี้อาหารไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ แต่ก็กินจนหมดเสียดายอ่ะ ฮิฮิ

จบแล้วค่ะสำหรับการรีวิว ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ไหนต่อ จะมารีวิวอีกนะคะ มีข้อผิดพลาดอะไรต้องขอโทษด้วยนะคะ

สรุปค่าใช้จ่าย

– ค่าโรงแรม 4 วัน 3 คืน + ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ประมาณ 9,500 บาท/คน

– ตั๋ว Hong Kong Disneyland 1 Day Pass 2,340 บาท/คน

– Ngong Ping 360 กระเช้าพื้นใส ไป-กลับ 920 บาท/คน

– The Peak+Peak Tram 330 บาท/คน

– ค่าอาหาร โดยประมาณ 1,300 บาท/คน

– ค่าเดินทางในฮ่องกง ทั้ง 4 วัน รวม 1,056 บาท

– รวมทั้งทริป 15,446 บาท ไม่รวมค่าของฝาก และซื้อของอื่นๆ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกพันทิป คุณ Gaemiant
https://pantip.com/topic/37752025